เจาะลึกเสริมจมูก เพิ่มมิติบนใบหน้า จมูกโด่ง ปลายพุ่ง สวยทุกองศา

Rhinoplasty

 

การเสริมจมูกเป็นศัลยกรรมยอดฮิตติดอันดับต้น ๆ ก็ว่าได้ นั่นก็เพราะว่าจมูกเป็นจุดศูนย์กลางของใบหน้าที่สามารถดึงดูดสายตาของผู้พบเห็น เชื่อหรือไม่ว่า เพียงแค่การเสริมจมูกอย่างเดียวก็สามารถเปลี่ยนบุคลิก เพิ่มมิติบนใบหน้า ให้คุณโดดเด่นกลายเป็นคนที่ดูดีขึ้นจนใคร ๆ ก็ทัก โดยเฉพาะคนเอเชียที่มีโครงสร้างจมูกที่มีจุดด้อยแตกต่างจากคนฝั่งตะวันตก ทั้งปัญหาดั้งแหมบ จมูกไม่มีสัน จมูกโต จมูกชมพู่ ปีกจมูกกว้าง จมูกสั้น ปลายจมูกกลม ปัญหาเหล่านี้ทำให้ใบหน้าแบน ใบหน้าไม่มีมิติ ดั้งนั้นการเสริมจมูกจึงเป็นวิธีที่ช่วยปรับแก้สารพัดปัญหาจมูกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา ทั้งเสริมจมูกผู้ชายและเสริมจมูกผู้หญิง

close-rhinoplasty

 Natural Elegance Style 

เสริมจมูกให้สวยแบบธรรมชาติ

การเสริมจมูกก็เหมือนศิลปะที่ต้องอาศัยเทคนิคการออกแบบรูปทรงจมูกที่เหมาะกับแต่ละคน จึงต้องใช้ทักษะและความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษจากศัลยแพทย์เฉพาะทาง จึงจะทำให้ผลลัพธ์ของการเสริมจมูกออกมาสวยอย่างเป็นธรรมชาติ รวมไปถึงมีความปลอดภัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอีกด้วย

สัดส่วนโครงหน้าที่สวยเป๊ะ

ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับสัดส่วนทองคำหรือสัดส่วนใบหน้าในอุดมคติกันก่อนว่ามีความสำคัญอย่างไรต่อการเสริมจมูก สัดส่วนทองคำ หรือ Golden Ratio เป็นการคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในงานออกแบบรวมถึงงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ภาพถ่าย หรือสถาปัตยกรรมต่าง ๆ โดยจะมีสัดส่วนที่ถือว่าเพอร์เฟคมากที่สุดคือ 1 : 1.618  มีองค์ประกอบที่สวยงามและสมบูรณ์ ซึ่งนอกจากจะใช้ได้กับงานที่กล่าวข้างต้นแล้ว ในปัจจุบันยังถูกนำมาใช้ในวงการศัลยกรรมใบหน้าอีกด้วย และมีส่วนช่วยให้ศัลยแพทย์คำนวณรูปทรงจมูกที่ได้สัดส่วนเหมาะสมกับโครงสร้างจมูกของคนไข้ในแต่ละราย ทำออกมาแล้วเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตาก สวยปังชัวร์!

Golden Ratio

สัดส่วนทองคำ

การวิเคราะห์สัดส่วนบนใบหน้า

การวิเคราะห์สัดส่วนรูปหน้าสามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนดังนี้

  1. ความสมมาตร (Symmetry) เป็นการวิเคราะห์ความสมมาตรของใบหน้าทั้ง 2 ข้าง ซ้ายขวา ซึ่งจะต้องมีขนาดความสูงและความกว้างที่เท่ากัน โดยสามารถทำการวัดได้จาก 3 ส่วนบนใบหน้า (ดังภาพ)
    • ความกว้างใบหน้าส่วนบน ซึ่งวัดได้จากความกว้างของหน้าผาก และระยะห่างระหว่างดวงตาทั้ง 2
    • ความกว้างของโหนกแก้ม ซึ่งวัดได้จากความกว้างและความสูงของโหนกแก้ม
    • ความกว้างของกรอบใบหน้า ซึ่งวัดได้จากความกว้างของกรอบหน้า และขนาดกราม
  2. วัดจากแนวตั้ง (Vertical Grids) เป็นการแบ่งใบหน้าเป็น 5 ส่วนตามแนวตั้งที่สามารถบ่งบอกให้ถึงความกว้างของใบหน้า โดยแต่ละส่วนจะต้องมีความกว้างที่เท่ากัน เริ่มวัดได้จากลากเส้นตั้งตรงหัวคิ้วลงมา 1 เส้น และลากเส้นตรงหางตาลงมาเพิ่ม 1 เส้น จากนั้นทำการเพิ่มเส้นต่อออกไปจากด้านหางตาอีก 1 เส้น ท้ายสุดให้เพิ่มเส้นให้มีขนาดที่เท่า ๆ กันนี้ต่ออีกด้านของใบหน้าจนครบ 5 เส้น (ดังภาพ) ซึ่งการวัดจากแนวตั้งนี้จะแสดงให้เห็นว่าใบหน้ามีความเบี้ยวเอียงตรงไหน ต้องเติมหรือลดบริเวณไหนบ้าง (ดังภาพ)
  3.  วัดจากแนวนอน (Horizontal Grids) เป็นการแบ่งใบหน้าตามแนวนอน โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งวัดแล้วต้องได้ในอัตราส่วนที่เท่ากัน 1 : 1 : 1 (ดังภาพ)
    • ใบหน้าส่วนบน วัดได้จากไรผมไปจนถึงหัวคิ้ว
    • ใบหน้าส่วนกลาง วัดได้จากหัวคิ้วไปปลายจมูก
    • ใบหน้าส่วนล่าง วัดได้จากปลายจมูกไปถึงปลายคาง

ดังนั้นก่อนผ่าตัดเสริมจมูก ศัลยแพทย์จะทำการวิเคราะห์สัดส่วนของใบหน้า รวมไปถึงวิเคราะห์ปัญหารูปทรงจมูกอย่างละเอียดเพื่อหาวิธีเสริมจมูกที่เหมาะสมกับคนไข้เคสต่อเคส

วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูกมีอะไรบ้าง

เสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน หรือ เนื้อเยื่อคนไข้เอง

การเสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อคนไข้เองได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นกระดูกอ่อนหรือเนื้อเยื่อของคนไข้เอง ไม่มีสิ่งแปลกปลอม ไม่ทำให้ร่างกายเกิดการต่อต้าน ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อง่าย และมีส่วนช่วยป้องกันจมูกทะลุได้อีกด้วย ซึ่งเนื้อเยื่อหรือกระดูกอ่อนที่นำมาใช้ในการเสริมจมูกในปัจจุบันได้แก่ 

  1. กระดูกอ่อนหลังใบหู ที่นำมารองปลายจมูกเพื่อเพิ่มความพุ่งสวย เพิ่มปลายหยดน้ำ ทำให้ปลายจมูกดูละมุนมากยิ่งขึ้น และป้องกันปลายจมูกบาง จมูกทะลุได้
  2. กระดูกอ่อนซี่โครง ที่นำมาเสริมบริเวณสันจมูกในรายที่มีเนื้อจมูกน้อย เนื้อจมูกบาง ไม่สามารถเสริมด้วยซิลิโคนได้ หรือใช้ปรับโครงสร้างจมูกที่เตี้ยสั้น เพื่อให้จมูกดูยาวขึ้น หรือในรายที่แก้ไขจมูกมาแล้วหลายครั้ง มีความบอบช้ำ อักเสบ จนทำให้เนื้อจมูกบาง
  3. ผนังกั้นห้องจมูก เป็นการนำผนังกั้นจมูกบางส่วนมายืดต่อให้จมูกดูเรียวยาว เพิ่มปลายจมูกให้พุ่งมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาจมูกสั้น จมูกชมพู่ จมูกหมู หรือคนที่แก้จมูกมาหลายรอบจนทำให้เนื้อจมูกบาง
  4. เนื้อเยื่อก้บกบ เป็นการใช้เนื้อเยื่อไขมันบริเวณก้นกบ ที่เป็นเหมือนการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ ซึ่งนิยมนำมาใช้เพื่อยืดจมูกให้ยาวขึ้น รวมไปถึงการตกแต่งปลายจมูกให้สวยขึ้นได้

เสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อเทียม

เนื้อเยื่อเทียมนับว่าเป็นตัวเลือกในการเสริมจมูกที่ได้รับความนิยมในหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากเนื้อเยื่อเทียม Acellular Dermal Matrix (ADM) คือ โครงเนื้อเยื่อที่ได้จากผิวหนังสัตว์ เช่น หมู หรือวัว หรือแม้กระทั่งจากผิวหนังมนุษย์ที่ได้จากการบริจาค จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการกำจัดหนังกำพร้าและเซลล์สิ่งมีชีวิตออกให้หมด ให้เหลือ Collagen และ Elastin ซึ่งผ่านกระบวนการปลอดเชื้อและนำมาทำการ Freeze Dry โดยเนื้อเยื่อเทียมที่ได้จะมีลักษณะคล้ายฟองน้ำ มีรูพรุน ซึ่งเมื่อใส่เข้าไปเพื่อเสริมจมูกแล้วเนื้อเยื่อในร่างกายเราจะสามารถแทรกเข้าไปจนกลายเป็นเนื้อเดียวกับเนื้อเยื่อเทียมในที่สุด โดยเนื้อเยื่อเทียมนิยมนำมาใช้สำหรับเพิ่มสันจมูกและปลายจมูก ทั้งนี้สามารถเสริมด้วยเนื้อเยื่อเทียมอย่างเดียว หรือใช้เพื่อรองปลายจมูกร่วมกับการเสริมด้วยซิลิโคน หรือใช้หุ้มซิลิโคนในรายที่มีผิวหนังจมูกบาง รวมไปถึงยังสามารถแก้ไขความผิดปกติของรูปทรงจมูกและปลายจมูก เช่น ปลายจมูกเป็นร่อง และความไม่สมมาตรกันของรูปทรงปลายจมูกและปีกจมูก

เสริมจมูกด้วยซิลิโคน

ซิลิโคนเสริมจมูกเป็นวัสดุที่นิยมใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จะสังเกตได้ว่ามีซิลิโคนเสริมจมูกออกมาหลายสัญชาติหลายยี่ห้อ ทั้งซิลิโคนอเมริกา (เนื้อซิลิโคนสีขาว นุ่ม), ซิลิโคนเกาหลี (มีความนิ่มและยืดหยุ่นสูง), ซิลิโคนญี่ปุ่น (มีความนิ่มปานกลาง) และมีทั้งแบบเป็นแท่งสำเร็จรูป และแบบแท่งที่ศัลยแพทย์ต้องทำการเหลาเองเพื่อปรับแต่งให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ

ข้อดี-ข้อเสียของวัสดุเสริมจมูกแต่ละประเภท

วัสดุ

ข้อดี

ข้อเสีย

เนื้อเยื่อ/กระดูกอ่อนตัวเอง

เป็นเนื้อเยื่อหรือกระดูกอ่อนของคนไข้เอง ร่างกายไม่เกิดการต่อต้าน มีโอกาสน้อยมากที่จะแพ้

ต้องผ่าตัดเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง

อาจมีการละลายหรือยุบตัวลงได้บ้างหลังเสริมจมูก 

ราคาค่อนข้างสูงกว่า เพราะการผ่าตัดมีความซับซ้อนมากกว่า

เนื้อเยื่อเทียม

ปลอดภัย โอกาสติดเชื้อน้อย

เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการผ่าตัดเพิ่ม ไม่ต้องการใช้กระดูกอ่อน/เนื้อเยื่อตัวเอง

อาจมีการยุบตัวได้บ้างหลังเสริมจมูก

ราคาค่อนข้างสูง

ซิลิโคน

สามารถเหลาปรับแต่งรูปทรงได้ตามต้องการ

ราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับเสริมจมูกด้วยเนื้อเยื่อ/กระดูกตัวเอง หรือเนื้อเยื่อเทียม

การเสริมด้วยซิลิโคนอย่างเดียวทั้งแท่งอาจมีโอกาสทำให้เกิดการอักเสบ และทะลุในบางกรณี เช่น เนื้อจมูกน้อย, เนื้อจมูกบาง ฯลฯ

 

คำถามยอดฮิต! “ซิลิโคนจมูกยี่ห้อไหนดี

หลายคนถามว่าซิลิโคนจมูกยี่ห้อไหนดี? คำตอบนั่นก็คือ การพิจารณาจากมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหลักสำคัญ โดยซิลิโคนจะต้องเป็นเกรด Medical Grade ที่ใช้ในการแพทย์เท่านั้น รวมถึงได้รับรองมาตรฐานจากอย. หรือ FDA จากประเทศผู้ผลิต ซึ่งที่ Amara Clinic เลือกใช้แต่ซิลิโคนเกรดพรีเมี่ยมที่ได้มาตรฐานอย. หรือ FDA เท่านั้น คลายกังวลได้เลยว่าจะไม่ปลอดภัย ไม่ซี้ซั้วมั่วนิ่มแน่นอน!

ทำความรู้จักเทคนิคการเสริมจมูก

การเสริมจมูก จะมีด้วยกันหลัก ๆ 2 วิธี คือ การเสริมจมูกแบบปิด และ การเสริมจมูกแบบเปิด

เสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty)

เทคนิคการเสริมจมูกแบบปิดเป็นวิธีที่หลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการเปิดแผลด้านในจมูกเพียงด้านเดียว จากนั้นนำซิลิโคนใส่เข้าไปในบริเวณที่ต้องการตั้งแต่สันจมูกไปยังปลายจมูก และทำการเย็บแผล โดยใช้เวลาในการผ่าตัดไม่นานเพียง 1 ชั่วโมง เป็นวิธีการที่นิยมกันทั่วไป ไม่เห็นแผลเป็นภายนอก เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาโครงสร้างจมูกเดิม เนื้อจมูกไม่บาง รูปทรงจมูกไม่เบี้ยว และฐานจมูกไม่ใหญ่จนเกินไป (อ่านเพิ่มเติม : เสริมจมูกแบบปิด)

การเสริมจมูกแบบปิดเหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ไม่มีปัญหาโครงสร้างจมูกเดิม และต้องการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนอย่างเดียว หรือต้องการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนร่วมกับการรองปลายจมูกด้วยกระดูกหลังใบหู

ขั้นตอนการเสริมจมูกแบบปิด

  • เริ่มด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่ เมื่อยาชาออกฤทธิ์ ศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลขนาดเล็กด้านในจมูกข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง (ขึ้นอยู่กับความถนัดของศัลยแพทย์ท่านนั้น ๆ)
  • จากนั้นจึงทำการเลาะโพรงจมูกเข้าไป ทำการวางซิลิโคนในตำแหน่งที่ต้องการ
  • สุดท้ายทำการเย็บแผล และดามด้วยพลาสเตอร์ที่ทำหน้าที่คล้ายเฝือกอ่อนเพื่อไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนตัวหลังเสริมจมูก ซึ่งการผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

เสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty)

เทคนิคการเสริมจมูกแบบปิดในข้างต้นเปรียบเสมือนการรูดซิปกระเป๋าแง้มดูหรือใส่สิ่งของเพียงเล็กน้อย การเสริมจมูกแบบ open ก็เปรียบเสมือนการเปิดซิปกระเป๋าให้กว้างจนสุด เพื่อที่จะได้มองเห็นสิ่งของในกระเป๋าได้ทุกซอกทุกมุม รวมถึงสามารถจัดระเบียบสิ่งของในกระเป๋าให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้นนั่นเอง โดยเทคนิคนี้จะเป็นการเปิดแผลบริเวณใต้ฐานจมูกตรงปลายของรูจมูกทั้ง 2 ข้าง และทำการแยกเนื้อจมูกออก วิธีนี้จะทำให้ศัลยแพทย์สามารถเห็นโครงสร้างจมูกภายในได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และสามารถทำการปรับโครงสร้างจมูกได้อีกด้วย อาทิ ปรับฐานจมูกกว้างที่ทำให้จมูกใหญ่ให้เล็กลง, ตะไบฮัมพ์ให้สันจมูกดูเรียบขึ้น, แก้ไขจมูกคดเบี้ยว, แก้ไขปลายจมูกใหญ่ และการยืดความยาวจมูกที่สั้น (อ่านเพิ่มเติม : เสริมจมูกแบบเปิด)

การเสริมจมูกแบบโอเพ่นเหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างจมูก เช่น มีฮัมพ์, จมูกคดเอียง, จมูกใหญ่เพราะฐานจมูกกว้าง, จมูกสั้น รวมถึงการเลาะพังผืดเก่าออก ในกรณีที่ผ่านการเสริมจมูกมาแล้วหลายครั้ง

ขั้นตอนการเสริมจมูกแบบเปิด

  • วางยาสลบภายใต้การดูแลจากวิสัญญีแพทย์ (เทคนิคเสริมจมูกแบบเปิดเป็นการผ่าตัดที่ต้องใช้วิธีการดมยาสลบ)
  • ศัลยแพทย์ทำการเปิดแผลบริเวณฐานจมูกทั้ง 2 ข้าง และแยกเนื้อจมูกออกเพื่อทำการปรับโครงสร้างจมูกเดิมที่มีปัญหา จากนั้นทำการเสริมจมูกด้วยวัสดุที่ได้วางแผนไว้แล้ว เช่น ซิลิโคน, เนื้อเยื่อคนไข้เอง หรือเนื้อเยื่อเทียม
  • จากนั้นทำการเย็บแผล ซึ่งการเสริมจมูกแบบโอเพ่นจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในแต่ละเคส)

เกร็ดความรู้อันตรายที่เกิดจากการเสริมซิลิโคนจมูกทับฮัมพ์

ฮัมพ์ คือ กระดูกที่นูนออกมาบริเวณสันจมูก พบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ทำให้หน้าดูดุ หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่เสริมซิลิโคนทับไปเลยจะสามารถแก้ไขฮัมพ์ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการเสริมซิลิโคนทับลงไปจะทำให้ซิลิโคนเคลื่อนตัว ท้ายสุดเกิดการเบี้ยวเอียง และยังทำให้สันจมูกยังมีลักษณะนูนเหมือนเดิม ดังนั้นจึงต้องทำการตะไบฮัมพ์ก่อนการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนหรือวัสดุอื่น ๆ เพื่อให้ซิลิโคนแนบสนิทเรียบเนียนไปกับสันจมูก

การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูก

  • หากมีโรคประจำตัว หรือรับประทานยาอยู่ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบหรี่ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนเสริมจมูก
  • งดรับประทานยาในกลุ่มแอสไพรินและไอบูโพรเฟน (เพราะมีผลต่อการไหลเวียนของเลือด อาจทำให้เลือดแข็งตัวช้าหลังผ่าตัด)
  • งดรับประทานอาหารเสริมและวิตามินประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนเสริมจมูก (เพราะวิตามินและอาหารเสริมบางชนิดมีผลทำให้เลือดหยุดไหลช้า รวมถึงอาจทำให้เกิดการบวมช้ำมากหลังผ่าตัด)
  • ในกรณีที่เป็นการเสริมจมูกแบบโอเพ่นและต้องใช้การดมยาสลบ ให้งดน้ำและอาหารก่อนเสริมจมูกประมาณ 8-10 ชั่วโมง
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่หลวม ใส่สบาย และถอดออกง่าย (เสื้อที่มีกระดุมด้านหน้า)
  • งดการแต่งหน้าและถอดคอนแทคเลนส์ในวันผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก

  • 1-2 วันแรกหลังผ่าตัด ให้ประคบเย็บที่บริเวณหน้าผากและข้างแก้มทั้ง 2 ข้าง เพื่อลดอาการบวม ห้ามประคบตรงจมูกเด็ดขาด
  • นอนยกหัวสูง หรือใช้หมอนรองคอ หลีกเลี่ยงการนอนราบและนอนตะแคง
  • ใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดทำความสะอาดรอบ ๆ แผล และระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ
  • งดแต่งหน้าประมาณ 1 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ และการยกของหนักประมาณ 1 เดือน เพราะอาจทำให้จมูกกระทบกระเทือนและเคลื่อนตัวได้
  • งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 เดือนหลังเสริมจมูก
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  • หลังผ่าตัด แพทย์จะทำการนัดหมายเพื่อตัดไหมและตรวจดูแผลหลังผ่าตัด ควรมาให้ตรงตามนัดหมาย

ทำไมต้องเสริมจมูกที่ Amara Clinic (เอมาร่าคลินิก)

ที่ Amara Clinic เป็นศูนย์รวมความงามหลากหลายสาขา ทั้งการปรับและกระชับรูปร่างให้สมส่วน การศัลยกรรมตกแต่งยอดนิยม อาทิ ดูดไขมัน, เติมไขมัน, เสริมหน้าอก, ตัดหน้าอก, ทำตาสองชั้น, เสริมคาง, เสริมหน้าผากด้วยซิลิโคน, ตัดไขมันหน้าท้อง รวมไปถึงการเสริมจมูก ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมไปถึงทีมวิสัญญีแพทย์วิชาชีพ พร้อมด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีอันทันสมัย

  • เสริมจมูกโดยศัลยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
  • วางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์วิชาชีพ (ในกรณีเทคนิคเสริมจมูกที่ต้องมีการดมยาสลบ)
  • ศัลยแพทย์วิเคราะห์โครงสร้างจมูกอย่างละเอียด และดีไซน์รูปทรงจมูกแบบเคสต่อเคส
  • ใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน
  • ใช้ซิลิโคนเสริมจมูกเกรดพรีเมี่ยม ได้มาตรฐาน
  • ช่วยปรับโครงสร้างจมูกเดิมให้สวยเป็นธรรมชาติ ป้องกันทะลุ ด้วยเทคนิคใช้เนื้อเยื่อ/กระดูกอ่อนของคนไข้เอง และเนื้อเยื่อเทียม
  • ห้องผ่าตัดและห้องพักฟื้นที่ได้มาตรฐานระดับโรงพยาบาลชั้นนำ
  • มีบริการดูแล After Careใส่ใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อน-ระหว่าง-หลังการรักษา
  • ได้รับความไว้วางใจจากคนไข้จำนวนมาก เสริมจมูกรีวิวแน่น!
นายแพทย์วีรกานต์

เสริมจมูกโดยศัลยแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

โดย คุณหมอวี (นพ.วีรกานต์ สถิตนิรามัย)

วางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์วิชาชีพ

(ในกรณีเทคนิคเสริมจมูกที่ต้องมีการดมยาสลบ)

ศัลยแพทย์วิเคราะห์โครงสร้างจมูก

และดีไซน์รูปทรงจมูกแบบเคสต่อเคส

เสริมอก เทคนิค bloodless

ใส่ใจในทุกรายละเอียดขั้นตอน

ตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างทำ จนถึงการดูแลหลังทำ

เสริมอก เทคนิค bloodless

ใส่ใจในทุกรายละเอียดขั้นตอน

ตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างทำ จนถึงการดูแลหลังทำ

เสริมจมูกที่ไหนดี ?

การทำอะไรก็แล้วแต่กับร่างกาย อย่างการทำศัลยกรรมนับว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องศึกษาข้อมูลและตัดสินใจกันให้ดี ๆ ก่อนทำ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้ ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความน่าเชื่อถือมากที่สุด อย่างการตรวจสอบว่าแพทย์ที่ทำการรักษาด้วยนั้นเป็นแพทย์จริง ๆ หรือเปล่า ถ้าใครไม่แน่ใจก็สามารถนำชื่อแพทย์ที่จะทำการรักษาไปเสิร์ชค้นหาที่เว็บไซต์ของแพทยสภา และเว็บไซต์สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทยกันได้เลย ต่อมาต้องดูเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของห้องผ่าตัดที่ต้องได้มาตรฐานระดับสากล และตรวจสอบว่ามีการดูแลทั้งก่อนระหว่างหลังทำการรักษาหรือไม่ รวมไปถึงเรื่องราคาที่สมเหตุสมผล (อ่านเพิ่มเติม : เสริมจมูกที่ไหนดี)

เกร็ดความรู้ตัดปีกจมูกสามารถทำพร้อมกับการเสริมจมูกได้

นอกจากการเสริมจมูกที่ช่วยปรับรูปทรงจมูกให้มีสันโด่ง ปลายพุ่ง ปลายหยดน้ำแล้ว หลายคนยังมีปัญหาเรื่องปีกจมูกกว้าง จมูกดูหนาใหญ่ จมูกบาน ซึ่งสามารถเช็คได้ว่าจมูกคุณบานหรือไม่ โดยการลากวัดแนวดิ่งจากหัวตามายังปีกจมูก หากมีส่วนเกินปีกจมูกออกมาจากแนวหัวตา นั่นก็แสดงว่าปีกจมูกว้าง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการตัดปีกจมูก ลดความกว้างปีกจมูก ให้จมูกเรียวเล็กขึ้น หน้าดูหวานละมุนขึ้น ใครที่อยากตัดปีกจมูกร่วมกับการเสริมจมูกก็สามารถทำพร้อมกันได้เลย