ทำนมเกาหลีดีจริงไหม?

ทำนมเกาหลี

ทำนมเกาหลีดีกว่าทำนมที่ไทยอย่างไร? ต้องจ่ายแพงมากแค่ไหน? และจะได้หน้าอกอย่างที่ต้องการไหม? ใครที่กำลังสัยเกี่ยวกับการทำนมที่เกาหลีอยู่ วันนี้หมอวี Amara Clinic จะมาเจาะข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นนี้ให้อ่านกันนะครับ หากพูดถึงการศัลยกรรมแล้ว เมื่อก่อนคนมักจะคิดว่าเกาหลีคือที่ 1 เพราะดาราบ้านเค้าสวย ๆ กันทั้งนั้น ประกอบกับรีวิวทำนมเกาหลีก็มีมาให้ดูกันเรื่อย ๆ เลยทำให้บางคนมองว่าถ้าคิดอยากจะศัลยกรรมให้เป๊ะ ก็จะต้องบินไปทำนมเกาหลีนี่แหละ 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราก็จะเห็นได้ว่ามันมีคนที่ออกมาแชร์ประสบการณ์จริงมากมาย บ้างก็บอกว่าดี บ้างก็บอกว่าพัง ทำเอาเราสับสนมึนงงกันเลยใช่ไหมล่ะครับ ซึ่งประเด็นนี้มันจะจริงไม่จริงอย่างไร? การทำนมที่เกาหลีมันจะดีและคุ้มค่าจริงไหม มีความแตกต่างจากการทำนมที่ได้อย่างไร เราลองไปอ่านกันต่อได้เลยครับ

ข้อดีของการทำนมเกาหลี

  • เสริมหน้าอกกับแพทย์เกาหลีโดยตรง
  • เหมือนได้ไปเที่ยวพักผ่อนจิตใจไปในตัว
  • ได้ช็อปปิ้งสินค้าเกาหลีในราคาดี ๆ 

ข้อเสียของการทำนมเกาหลี

  • มีค่าใช้จ่ายในการเสริมหน้าอกสูงมาก
  • มีค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตประจำวันสูง
  • ต้องมีการหยุดหรือลางานติดต่อกันนาน
  • ติดตามอาการกับแพทย์ไม่สะดวก
  • เข้าไปทำ After Care ที่คลินิกยาก
  • หากมีปัญหาอะไร เข้าไปตรวจเช็คหรือแก้ไขได้ยาก
  • การทำสัญญาอาจจะผิดพลาดได้ เพราะเป็นภาษาเกาหลี

เปรียบเท่ากันชัด ๆ ระหว่างทำนมเกาหลี VS ทำนมในไทยมีความแตกต่างกันอย่างไร? หมอก็ได้รวบรวมสิ่งที่มีความเหมือนและแตกต่างกันมาให้แล้วนะครับ โดยจะแบ่งเป็นข้อ ๆ ให้แบบชัดเจนไปเลย จากนั้นคนไข้ก็ลองพิจารณาดูนะครับว่าสรุปแล้วอยากเสริมหน้าอกที่ไหนกันแน่? ส่วนวิธีเลือกคลินิกเสริมหน้าอกหมอจะบอกไว้ด้านล่างของบทความนะครับ

แพทย์ 

แพทย์จะสามารถผ่าตัดศัลยกรรมความงามให้เราได้ จะต้องเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgery) เท่านั้นนะครับ ทั้งนี้ ส่วนใหญ่แล้วทั้งในเกาหลีและไทยก็จะใช้ศัลยแพทย์ตกแต่งอยู่แล้วครับ แต่ก็อาจจะมีบางแห่งไม่ได้ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์จริง ประเด็นนี้น่ากลัวไม่แพ้กับการวางยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์เลยครับ

โดยเฉพาะกับการสวมรอยเป็นแพทย์ท่านอื่น ถ้าในไทยเราก็สามารถเช็คได้ง่ายกว่า ไม่มีปัญหาเรื่องภาษา แถมยังตามดูรีวิวจากแพทย์ได้อีก ต่างจากการทำนมเกาหลีที่ภาษาก็แตกต่าง เช็คตัวตนของแพทย์ยาก หรือบางทีก็อาจจะโดนหลอกต่อ ๆ กันมาทั้งตัวเอเจนซี่เองด้วยก็ได้นะครับ

เทคนิคเสริมหน้าอก 

เรื่องของเทคนิคในการเสริมหน้าอก ในมุมมองของคนทั่วไปที่เคยเห็นการโฆษณาต่าง ๆ จากคลินิกเกาหลี อาจจะทำให้รู้สึกได้ว่านวัตกรรมต่าง ๆ เทคโนโลยี ซิลิโคนเสริมหน้าอก รวมไปถึงเทคนิคเสริมหน้าอกด้วยนั้น มีความทันสมัยดีจริง ทำแล้วต้องได้ผลที่ดีกว่าที่ไทยแน่เลย (หน้าอกสวย เจ็บน้อย ฯลฯ) ความจริงในเรื่องของเครื่องมือ เทคนิคพื้นฐาน หรือตัวนวัตกรรมเอง ไม่ได้แตกต่างกันมากครับ แต่ก็อาจจะแตกต่างตรงที่เทคนิคเฉพาะตัวของแพทย์แต่ละคนมากกว่า

ขั้นตอนการปรึกษาแพทย์

ขั้นตอนในการปรึกษาแพทย์จะมีอยู่ 2 แบบนะครับ แบบแรกคือการปรึกษาผ่านวิดีโอคอลที่ไทยก่อน เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าหน้าอกเราเป็นอย่างไร สามารถเสริมหน้าอกได้ไหม และควรจะทำกี่ซีซีดี? (บางคนเหมาะกับการเสริมหน้าอก 250 cc, บางคนอาจจะชอบเสริมหน้าอก 300 cc หรือบางคนอาจจะเน้นใหญ่แบบ 400 cc ขึ้นไปเลยก็มี)

ในขั้นตอนนี้จริง ๆ แล้วแพทย์จะต้องมีการวัดขนาดหน้าอกต่าง ๆ และรวมไปถึงการใช้มือคลำเต้านมเพื่อสังเกตความผิดปกติของหน้าอกด้วยนะครับ หากวิดีโอคอลเพียงอย่างเดียวอาจจะทำให้การประเมินเคสไม่ละเอียด หรือคลาดเคลื่อนได้ (บางครั้งก็แจ้งว่าสามารถทำนมที่เกาหลีได้นะ แต่พอไปถึงและเช็คจริง ๆ กลับทำไม่ได้ก็มีครับ)

ทำนมเกาหลี

แบบที่สองคือการส่งภาพประเมินไปก่อน แล้วก็บินไปพบแพทย์เพื่อปรึกษาการทำนมที่เกาหลี เสริมหน้าอกได้หรือไม่ได้, ต้องใส่ซิลิโคนเสริมหน้าอกกี่ซีซี, ต้องยกกระชับหน้าอกด้วยไหม, แผนการรักษาเป็นอย่างไร และอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่แน่นอน เพราะต้องไปฟังที่เกาหลี ก็อาจจะทำให้คนไข้เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายไปฟรี ๆ ได้ครับ สำหรับกรณีที่ไม่สามารถเสริมหน้าอกได้ หรือแพทย์และเอเจนซี่ไม่ได้มีความคลิกกับตัวเราอย่างที่คาดหวังเอาไว้ครับ

ความปลอดภัยในการทำนม

สำหรับความปลอดภัยในการทำนมที่เกาหลีจะไม่ได้แตกต่างจากไทยมากนะครับ ในเรื่องของห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ, การดมยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์,มีพยาบาลวิชาชีพ, เครื่องมือทันสมัย และรวมไปถึงตัวศัลยแพทย์ด้วย หากทุกอย่างมีการทำถูกต้องตามขั้นตอน หรือตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในแต่ละประเทศ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ

เคสทำนมเกาหลีเสียชีวิตหรือเสริมหน้าอกแล้วเสียชีวิตที่มีข่าวออกมาให้เห็นกัน ส่วนใหญ่จะเกิดจากการที่ทำนมโดยไม่มีวิสัญญีแพทย์ในการให้ยาสลบอย่างถูกต้องครับ หรือหมายความว่าคนที่ดมยาสลบให้คนไข้เป็นคนอื่นนั่นเองครับ อาทิ พยาบาล หรือแพทย์ผ่าตัด เป็นต้น

พอไม่ใช่วิสัญญีแพทย์ (ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ยาสลบ) ดูแลคนไข้โดยตรง เลยทำให้เกิดความผิดพลาดในด้านต่าง ๆ ได้ครับ เช่น การคำนวนปริมาณยา, การสังเกตอาการของคนไข้ระหว่างทำนม, การดูระดับของออกซิเจนต่าง ๆ , การเลือกใช้เครื่องมือ-อุปกรณ์, ความรู้ในการใช้ยาฉุกเฉิน หรือรวมไปถึงวิธีการช่วยชีวิตคนไข้จากสาเหตุต่าง ๆ ภายในห้องผ่าตัดเป็นต้นครับ

ดังนั้น ในเรืองของความปลอดภัยนั้น ไม่ว่าคนไข้จะไปทำนมเกาหรือทำนมในคลินิกที่ไทยก็ตาม อย่าลืมเช็คว่าดมยาสลบโดยใคร? ใช่วิสัญญีแพทย์วิชาชีพไหม? (แนะนำให้ขอภาพและชื่อมาตรวจสอบ พอถึงวันผ่าตัดจริงก็เช็คอีกครั้งด้วยนะครับ) และห้องผ่าตัดเป็นอย่างไร? (ระบบ เครื่องมือ ความสะอาด ความปลอดเชื้อ และอื่น ๆ อีกมากมาย)

ค่าใช้จ่ายในการทำนม

นอกจากค่าผ่าตัดทำนมเกาหลีที่สูงกว่าไทยหลักหลายแสนบาทแล้ว ยังไม่รวมกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นในระหว่างที่อยู่เกาหลีด้วยนะครับ เช่น ค่าจ้างเอเจนซี่ในการดำเนินการต่าง ๆ ให้, ค่าที่พักหรือค่าโรงแรมในระยะยาว, ค่าเครื่องบินไปเกาหลี-กลับไทย, ค่าห้องพักฟื้น และรวมไปถึงค่าอาหารการกินต่าง ๆ ที่สูงกว่าด้วยครับ สำหรับคนที่มีงบปะมาณค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว ก็ชิล ๆ ได้เลยครับ แต่ถ้าเป็นคนที่มีเงินก้อนเดียว ไม่ได้มีเงินสำรอง อาจจะต้องระวังค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจจะตามมาได้ในอนาคตไว้ด้วยครับ

เตรียมตัวก่อนผ่าตัด

รีวิวทำนมเกาหลีกับไทย

สำหรับการทำนมที่เกาหลี เวลาที่เราเห็นรีวิวทำนมก็มักจะเป็นเคสของสาวเกาหลีซะส่วนใหญ่ นอกจากนี้ ยังมีเพียงแค่ภาพถ่ายหรือภาพนิ่งเท่านั้น แทบจะไม่ได้มีวิดีโอรีวิวให้เราดูความเปลี่ยนแปลงจริงเลยครับ อย่างที่เราทราบว่าภาพมันสามารถตกแต่งได้ง่ายกว่าวิดีโอ

ดังนั้น ไม่ว่าคนไข้จะไปเสริมหน้าอกที่เกาหลีหรือจะทำในไทยก็ตาม หมอก็แนะนำให้ดูรีวิวหลาย ๆ รูปแบบครับ เพราะทุกอย่างสำคัญทั้งหมด ทั้งภาพถ่ายทางการแพทย์, ภาพเปรียบเทียบหลังทำเสร็จทันที, ภาพตอนที่คนไข้ออกไปใช้ชีวิตจริงหลังทำนม, การแชร์ประสบการณ์จากคนไข้จริง และรวมไปถึงวิดีโอหรือไลฟ์สดต่าง ๆ ด้วยครับ

การดูแลตัวเองหลังทำนม

ไม่ว่าจะเป็นการศัลยกรรมอะไรก็ตาม จะต้องมีช่วงฟื้นฟูร่างกายครับ และในช่วงนี้นี่เองที่เราจะเจอกับอาการหลังเสริมอกมากมายเลยล่ะครับ หากเป็นหลังเสริมหน้าอกเสร็จทันที อาการที่พบได้คือการเมายาสลบครับ สองวันแรกหมอไม่ห่วงเพราะคิดว่าคนไข้น่าจะมีการแอดมิทที่โรงพยาบาลทำนมเกาหลีอยู่แล้ว แต่หลังจากนั้นก็จะเป็นช่วงที่ต้องมาดูแลตัวเองที่บ้าน ร่วมกับการเข้าไปติดตามอาการ ทำ After Care ต่าง ๆ ที่คลินิกทำนมครับ

อาการที่พบได้หลังเสริมหน้าอก

  • อาการทั่วไปที่สามารถพบได้คือ อาการบวม, อาการเจ็บระบม, อาการช้ำ, หนักหน้าอก, แขนอ่อนแรง และอาการลุกไม่ขึ้นหรือลุกยาก
  • อาการที่ผิดปกติและเกิดขึ้นได้น้อยคือ แสบร้อนที่หน้าอก, หายใจลำบาก, มีผื่นขึ้น, มีหนองหรือของเหลวไหลออกมา, หน้าอกเป็นคลื่น หรือหน้าอกแข็งผิดปกติ 

หรือบางเคสจะมีการใส่สายเดรนระบายเลือดร่วมด้วย (คลินิกทำนมเกาหลีมันจะใส่สายเดรนระบายเลือด เพราะระหว่างทำมีการเสียเลือดค่อนข้างมาก เลยทำให้เลือดค้างอยู่ที่หน้าอกเยอะนั่นเองครับ) ตรงนี้ก็จะทำให้คนไข้ดูแลตัวเองหลังเสริมหน้าอกด้วยความลำบากมากขึ้น หมอเลยแนะนำให้ทำนมที่ไทยมากกว่า หรือควรพาเพื่อนไปคอยดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยครับ (ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นอีก)

ทำนมเกาหลีราคาเท่าไหร่?

สำหรับคนที่สงสัยว่าทำนมเกาหลีราคาเท่าไหร่? หมอก็ได้ไปหาคำตอบมาให้แล้วนะครับ ซึ่งราคาทำนมเกาหลีจะอยู่ที่ประมาณ 11,000,000 – 22,000,000 วอน หรือประมาณ 300,000 – 600,000 บาท (ขึ้นอยู่กับเรทเงินแต่ละช่วงด้วยครับ) อันนี้เฉพาะค่าผ่าตัดเสริมหน้าอกเท่านั้นนะครับ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าดมยาสลบ, ค่าห้องพักฟื้น, ค่าเดินทาง, ค่าเอเจนซี่, ค่าที่พัก, ค่า After Care และอื่น ๆ อีก

หากเทียบกับการทำนมที่ไทย ทำนมในไทยค่าใช้จ่ายถูกกว่ามากครับ เสริมหน้าอกราคาเริ่มต้นหลักหมื่น (ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นเสริมหน้าอกของแต่ละคลินิก) ยกตัวอย่างราคาเสริมหน้าอกที่ Amara Clinic นะครับ เริ่มต้นที่ 69,900 บาทเท่านั้น แต่ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นราคาทำนมเกาหลีหรือราคาทำนมในไทย มักจะแตกต่างกันไปตามรายละเอียดในการรักษาแต่ละเคสครับ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทำนมมีอะไรบ้าง?

  • ยี่ห้อและรุ่นซิลิโคนเสริมหน้าอก
  • ขนาดหรือไซซ์ของซิลิโคนทำนม
  • เคสปกติทั่วไป / เคสรีวิวทำนม
  • แผนการรักษา (บางคนอาจจะต้องยกกระชับหน้าอกร่วมด้วย)
  • เทคนิคเสริมหน้าอก (บางคนเสริมหน้าอกไฮบริด เลยทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเติมไขมันหน้าอกเพิ่มเติมได้ครับ)

เกร็ดน่ารู้ : เสริมหน้าอก Hybrid คืออะไร? 

การเสริมหน้าอกไฮบริด (Hybrid Breast Augmentation) เป็นเทคนิคการเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนร่วมกับการเติมไขมัน (Fat Grafting) ครับ เพื่อลดปัญหาเสริมหน้าอกซิลิโคนมาแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติและมองออกได้ง่ายว่าทำมา (นมเป็นบล็อก, เห็นขอบซิลิโคนชัด, ผิวเป็นคลื่น, หน้าอกแข็ง และอื่น ๆ ) ซึ่งการเสริมหน้าอกด้วยวิธีนี้ ในปัจจุบันได้รับความนิยมมาก ๆ เพราะสมัยนี้ สาว ๆ หันมาชอบหน้าอกสายธรรมชาติที่ดูเนียนละมุนสวยมากขึ้นครับ

ตัวอย่างเคสเสริมหน้าอกไฮบริด

ทำนมในไทยก็ปังแบบเกาหลีได้!

ทำนมในไทยก็ปังแบบไปทำนมที่เกาหลีได้นะครับ เพียงแต่ว่าเราต้องเลือกและพิจารณาคลินิกเสริมหน้าอกให้ดีเสียก่อน หลัก ๆ คือต้องได้มาตรฐานทั้งเครื่องมือ, อุปกรณ์, ห้องผ่าตัด, ความปลอดเชื้อ และความสะอาดต่าง ๆ จากนั้นก็มาพิจารณาเรื่องความปลอดภัยควบคู่ไปด้วย (แพทย์, วิสัญญีแพทย์ และ เครื่องมือช่วยชีวิตฉุกเฉิน)

นอกจากนี้ ก็จะเป็นพวกการบริการของเจ้าหน้าที่, โปรโมชั่นเสริมหน้าอก, บริการ After Care และอื่น ๆ สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเสริมหน้าอกที่ไหนดี ลองเข้ามาปรึกษากับหมอที่ Amara Clinic ได้เลยนะครับ ปรึกษาฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ถ้ายังไม่รู้ว่าทำไมต้องทำนมกับหมอ ลองไปอ่านจุดเด่นและข้อดีกันก่อนได้เลยครับ

ทำนมโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก, ยกกระชับหน้าอก, ผ่าตัดลดหน้าอกชาย และอื่น ๆ โดยหมอวี (นพ. วีรกานต์ สถิตนิรามัย) แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง (Plastic Surgery) มีประสบการณ์เสริมหน้าอกสูง

เทคนิคพิเศษ! V Technique

  • เนินหน้าอกชิดสวย ด้วยเทคนิคการเลาะและวางซิลิโคนที่มากกว่า Dual Plane เทคนิคเฉพาะของหมอวี ที่จะช่วยให้เนินหน้าอกชิดเป็นรูปตัว V และคล้อยสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เปิดแผลเสริมหน้าอกขนาดเล็ก เพื่อส่งซิลิโคนเสริมหน้าอกเข้าไปด้วยเทคนิคกรวยจากเกาหลี (Premium Breast Funnel) ทำให้แผลไม่ใหญ่และมีความระบมช้ำน้อยกว่าปกติ
  • แผลสวยเส้นบางเฉียบ ไม่เป็นรอยแผลตะขาบ ด้วยเทคนิค Seamless หรือการใช้กาวชนิดพิเศษในการปิดแผลแทนการเย็บ
  • การันตีผลงาน! หน้าอกไม่เป็นชั้น ไม่เป็นคลื่น ไม่เป็นบล็อก และมีสัมผัสธรรมชาติแน่นอน
  • Hybrid การเติมไขมัน Stem cell เหนือซิลิโคน เพื่อกลบขอบของซิลิโคนและเพิ่มความธรรมชาติ

มาตรฐานด้านความปลอดภัยเป็นเลิศ

  • ดมยาสลบ โดยวิสัญญีแพทย์ แบบ 1:1 (วิสัญญีแพทย์ 1 คน : คนไข้ 1 คน)
  • ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ 99.97% เทียบเท่ามาตรฐานกับโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ
  • ระบบต่าง ๆ และเครื่องมือฉุกเฉินครบครัน ตามมาตรฐานโรงพยาบาล
  • มีพยาบาลวิชาชีพ ดูแลและเฝ้าระวังภายในห้องผ่าตัดร่วมกับวิสัญญีแพทย์
  • เครื่องมือ-อุปกรณ์ทันสมัย ปลอดเชื้อ และผ่านการรับรองมาตรฐานสากลมาทั้งหมด

รีวิวเสริมหน้าอก-รีวิวทำนมเพียบ!

ดูแลหลังเสริมหน้าอกเต็มที่และครบครัน

  • บริการทำความสะอาดแผลทุกวันที่คลินิก และบริการตัดไหม (ถ้ามี)
  • บริการฉายแสง LED ลดอาการบวมและลดการอักเสบของแผล
  • เซ็ตยาก่อน-หลังเสริมหน้าอก เช่น ยาแก้ปวด, ยาลดบวม, ยาลดรอยแผลเป็น และยาฆ่าเชื้อเป็นต้น
  • อุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดแผลเองที่บ้าน (สำหรับคนที่ไม่สะดวกเข้ามาทำที่คลินิก)
  • ผ้าพันรอบหน้าอกและซัพพอร์ตบราหลังเสริมหน้าอก (Support Bra)
  • ห้องพักฟื้นระดับ VVIP ที่มีผ้าห่มลมร้อน, เครื่องติดตามสัญญาณชีพ และพยาบาลคอยดูแลแบบส่วนตัว
  • แพทย์ติดตามอาการหลังเสริมหน้าอกอย่างใกล้ชิด รวมถึงเจ้าหน้าที่ทำนัดหมายติดตามอาการตลอด

สรุป

          สรุปว่าการทำนมเกาหลีไม่ได้แตกต่างจากการทำนมที่ไทยเท่าไหร่นักครับ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเสริมหน้าอกที่ไทยหรือเกาหลีก็ตาม อย่าลืมดูเรื่องความปลอดภัยและมาตรฐานให้ดีก่อนตัดสินใจนะครับ หมอไม่อยากให้ทุกคนไปเน้นคลินิกทำนมราคาถูก หรือไปเสี่ยงดวงที่เกาหลีโดยที่ไม่แน่ใจว่ามันจะออกมาดีและทำให้เรามั่นใจได้ว่าคลินิกและเอเจนซี่จะไม่หนีหายไปได้จริงไหม สำหรับวันนี้หมอก็ขอฝากไว้ประมาณนี้นะครับ ยังไงก็ฝากติดตามบทความอื่น ๆ ของหมออีกเช่นเคยครับ

ปรึกษาเสริมหน้าอก ทำนม ฟรี!

ลงทะเบียนปรึกษา คลิกที่นี่
ติ
ดต่อสาขารัชโยธิน : 062-946-2397
ติดต่อสาขาราชพฤกษ์ : 062-556-6623
ติดต่อทาง LINE : @amaraclinic
กดที่ลิ้งค์นี้ได้เลย >> https://line.me/R/ti/p/@amaraclinic

ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่ง

นพ. วีรกานต์ สถิตนิรามัย (หมอวี)
แพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgery)

ลงทะเบียนปรึกษาฟรี


              บทความนี้ จัดทำขึ้นโดย Amara Clinic (เอมาร่า คลินิก) ขอสงวนสิทธิ์ในการห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ คัดลอก ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บทความนี้ในนามอื่น (ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา, ข้อมูลทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม) โดยไม่ได้รับอนุญาต หากพบเจอจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

    Leave a Reply

    Your email address will not be published.